วิธีประหยัดภาษีเงินกู้ซื้อบ้านและคอนโดฯ

วิธีประหยัดภาษีเงินกู้ซื้อบ้านและคอนโดฯ

สิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งสำหรับการซื้อบ้านและคอนโดฯ ที่คนทั่วไปรับรู้กันดี ก็คือการที่สามารถนำดอกเบี้ยผ่อนชำระธนาคารมาใช้หักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุดถึง 100,000 บาท แต่ถึงกระนั้น ยังมีอีกหลายคนที่กู้ซื้อบ้านไม่ถูกวิธี หรือไม่ได้วางแผน จึงทำให้ไม่สามารถใช้สิทธินี้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แถมยังต้องเสียสิทธิประโยชน์ทางภาษีในด้านอื่นๆ อีกต่างหาก

ตัวอย่างปัญหาหนึ่งที่สับสนกันบ่อย ๆ ก็คือ สิทธิลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย ในปีภาษี 2555 ที่เป็นปีแรกที่สามีภรรยาแยกกันได้ เล่นเอาสับสน และร้อนถึงขนาดกรมสรรพากรต้องออกมาชี้แจง (ดูตาราง)

สิทธิคู่สามีภริยาในการหักลดหย่อนดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อการมีที่อยู่อาศัย
ค่าลดหย่อนดอกเบี้ยสิทธิในปีภาษี 2555สิทธิตั้งแต่ปีภาษี 2555
1. ผู้มีเงินได้กู้ยืมคนเดียวเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
2. ผู้มีเงินได้หลายคนร่วมกันกู้เฉลี่ยดอกเบี้ยตามจำนวนผู้กู้ แต่รวมกันไม่เกิน 1000,000 บาทเฉลี่ยดอกเบี้ยตามจำนวนผู้กู้ แต่รวมกันไม่เกิน 1000,000 บาท
3. ผู้มีเงินได้กู้ยืมหลายแห่งหักได้ทุกแห่งที่อยู่อาศัย แต่รวมกันไม่เกิน 100,000 บาทหักได้ทุกแห่งที่อยู่อาศัย แต่รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท
4. สามีภริยาร่วมกันกู้ยืมบ้านหลังเดียวกันและต่างฝ่ายต่างมีเงินได้หักคนละครึ่ง แต่รวมกันแล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาทหักคนละครึ่ง แต่รวมกันแล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
5. สามีภริยาร่วมกันกู้ยืมแต่มีเงินได้ฝ่ายเดียวผู้มีเงินได้นำไปหักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทผู้มีเงินได้นำไปหักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
6. สามีภริยา (คู่สมรสที่ไม่ได้มีรายได้เป็นฝ่ายกู้ยืม)หักลดหย่อนไม่ได้หักลดหย่อนไม่ได้
7. สามีภริยาต่างฝ่ายต่างกู้ยืมหักคนละครึ่ง แต่รวมแล้วไม่เกิน 100,000 บาทต่างฝ่ายต่างนำมาหักลดหย่อนในส่วนของตนเอง เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท

จริง ๆ แล้ว รูปแบบการกู้ยืมเงิน เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัจจัยพิจารณาเรื่องสิทธิประโยชน์ภาษี แต่การที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยและมีประสิทธิภาพนั้น ยังอยู่ที่การวางแผนเข้าถือครองกรรมสิทธิ์บ้าน-คอนโดฯ ซึ่งในแง่การลงทุนมีเคล็ดลับที่อาจนำไปประยุกต์ใช้ได้ ดังนี้

  1. รักษาวงเงินกู้ซื้อที่อยู่อาศัยแต่ละขณะให้อยู่ในระดับประมาณ 1.6 ล้านบาท เพื่อให้ได้สิทธินำดอกเบี้ยมาลดหย่อนภาษีได้เต็มเพดาน 100,000 บาททุกปี หากเมื่อใดยอดเงินกู้ลดต่ำลงมากๆ ก็ควรคิดที่จะกู้ซื้อบ้านหลังใหม่ถัด ๆ ไป
  2. กู้ซื้อที่อยู่อาศัยทุกครั้ง ไม่ว่าเป็นคนทั่วไปหรือกรณีสามีภริยา ให้ทำสัญญากู้เพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลให้ได้สิทธิลดหย่อนดอกเบี้ยเต็มที่ 100,000 บาท ไม่ต้องมาแบ่งกับคนอื่น และยังช่วยให้ไม่มีปัญหาวงเงินกู้เต็มเพดาน อันสืบเนื่องจากการกู้ร่วมที่เครดิตบูโรจะบันทึกว่าทุกคนเป็นลูกหนี้เต็มจำนวนแทนที่จะบันทึกเพียงแค่กู้เฉพาะส่วนเท่านั้น
  3. ทุกครั้งที่ซื้อบ้านหรือคอนโดฯ ให้ใส่ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่ต้องทำแบบนี้เพราะการใส่ชื่อหลายคน เวลาขายจะทำให้เสียสิทธิในการขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา “กรณีขายบ้านหลังเดิม เพื่อซื้อบ้านหลังใหม่” เนื่องจากสรรพากรถือว่าการขายบ้านที่มีชื่อคนหลายคนถือครองร่วม เป็นการขายของคณะบุคคลไม่อยู่ในข่ายได้รับสิทธิ
  4. ซื้อบ้านหรือคอนโดฯ เมื่อใด ต้องรีบย้ายทะเบียนบ้านเข้าเป็นเจ้าบ้านในทันที เพื่อได้สิทธิในการขอคืนภาษีเงินได้ กรณีขายบ้านหลังเก่าเพื่อซื้อบ้านหลังใหม่ใน 1 ปี และได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% กรณีขายก่อนถึง 5 ปี เพราะเงื่อนไขการได้สิทธิทั้งสองลักษณะนี้ เจ้าของต้องมีชื่อหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านอย่างน้อย 1 ปี เท่านั้น

นิตยสาร HOME BUYERS’ GUIDE
รูปภาพ : ebsb.com