ต่อเติมบ้านยังไงไม่ให้ทรุด

ต่อเติมบ้านยังไงไม่ให้ทรุด

ผมคาดว่าท่านผู้อ่านหลายท่านอาจมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงบ้าน เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยหรือต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน ประจวบเหมาะกับช่วงนี้ท่านอาจรับโบนัสมาหมาดๆ จึงนับเป็นสภาพการที่ลงตัวพอดีที่ผมจะนำเสนอเรื่องเหล่านี้ในเดือนนี้ครับ

เนื่องจากการต่อเติมบ้านอาจเกิดขึ้นได้กับผู้ที่มีที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว ผู้ที่ซื้อบ้านเก่า หรือแม้แต่กับผู้ที่ซื้อบ้านใหม่จากโครงการ แต่พื้นที่การใช้งานไม่ตอบสนองความต้องการ การต่อเติมบ้านย่อมต้องกระทบต่อโครงสร้างของบ้านเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น เช่น การเพิ่มชั้นของอาคารเดิมมีผลกระทบต่อการรับน้ำหนักของโครงสร้าง เช่น การแตกร้าวของคานหรือเสา หรือเกิดน้ำรั่วซึม อาคารทรุด และอาจร้ายแรงจนถึงขั้นเกิดการวิบัติ (พัง) จนอยู่ไม่ได้ ดังนั้นหลักการสำคัญที่สุดของการต่อเติมคือควรต้องหลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อโครงสร้างใหม่และโครงสร้างเก่าเข้าเป็นโครงสร้างเดียวกัน

ตัวอย่างเช่น การที่ต้องการขยายห้องให้กว้างขึ้นมีเรื่องที่ไม่ควรทำคือการเชื่อมคานยื่นออกไปจากคานเดิม แต่ควรทำคานขึ้นมาใหม่สำหรับการรับพื้น หลายท่านอาจจะสงสัยว่าถ้าได้ทำอย่างดี มีความมั่นคงแข็งแรงแล้วทำไมทำไม่ได้ เหตุผลคือการถ่ายน้ำหนักของโครงสร้างที่ทำขึ้นมาใหม่ เมื่อถ่ายน้ำหนักลงเสาเข็ม เสาเข็มก็จะทรุดตัว โดยอาคารเดิมที่สร้างมาก่อนการทรุดตัวของเสาเข็มอาจจะคงที่ ไม่ทรุดลงอีกแล้วหรือทรุดตัวน้อยมาก ดังนั้นการทรุดตัวของโครงสร้างใหม่ที่ไม่เท่ากับโครงสร้างเดิมก็จะทำให้เกิดการแตกร้าวแยกจากกันได้

และเหตุผลหลักของการทรุดตัวของเสาเข็มไม่เท่ากันคือความยาวของเสาเข็มครับ เพราะการต่อเติมบ้านอาจจะไม่สามารถใช้เสาเข็มความยาวเท่ากับโครงสร้างเดิมได้ เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปตอกเสาเข็มได้ (ถึงแม้จะใช้วิธีทำเข็มเจาะได้ แต่เนื่องจากทำทีหลัง การทรุดตัวก็ไม่เท่ากันดังกล่าวแล้ว)

กรณีที่เคยมีผู้ปรึกษาผมถึงเรื่องความต้องการทำห้องน้ำเพิ่มที่ชั้นบนของตัวบ้าน แต่เนื่องจากโครงสร้างของพื้นเป็นระบบแผ่นพื้นสำเร็จ ซึ่งไม่ควรที่จะเจาะรูเพื่อวางท่อส้วม ในกรณีดังกล่าวเนื่องจากความจำเป็นผมจึงให้เพิ่มคานที่จะเป็นตัวรับกำแพงห้องน้ำใหม่ ด้วยการเสริมคานเหล็ก H Beam ที่มีขนาดให้รับน้ำหนักได้ และเทคอนกรีตผสมน้ำยากันซึมปรับพื้นห้องน้ำใหม่ ซึ่งทำให้พื้นห้องน้ำใหม่มีระดับสูงกว่าพื้นห้อง และต้องปรับแก้ด้วยการทำขอบประตูที่หน้าห้องน้ำ ถึงแม้ว่าการเสริมคานเหล็กเข้ากับคานเดิมเพื่อรับแนวกำแพงห้องน้ำจะไปเพิ่มแรงกดให้กับคานเดิม แต่น้ำหนักที่เพิ่มก็ยังอาจพอรับได้ ซึ่งทางที่ดีที่สุดคือปรึกษาวิศวกรให้ตรวจสอบดูว่าทำได้หรือไม่

ความไม่รู้เรื่องโครงสร้างทำให้เจ้าของบ้านอาจเชื่อผู้รับเหมาทั่วไปที่อาจไม่เข้าใจถึงเรื่องน้ำหนัก และการรับน้ำหนักของโครงสร้างต่างๆ ของอาคาร ตัวอย่างง่ายๆ คืออยากต่อเติมกั้นห้องเพิ่มโดยการก่ออิฐมอญ และฉาบปูน แต่ไม่ทราบว่าคานที่มีอยู่เดิมนั้นไม่ได้ออกแบบมาสำหรับรับกำแพงก่ออิฐ เช่น คานรับพื้นดาดฟ้าของตึกแถว เป็นต้น น้ำหนักของกำแพงอิฐมอญที่ก่ออิฐและฉาบปูน ที่เรียกว่าก่ออิฐครึ่งก้อน (ก่ออิฐชั้นเดียว) มีน้ำหนักตารางเมตรละ 180 กิโลกรัม ดังนั้นถ้าก่ออิฐกั้นห้องสูง 2.5 เมตรก็จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นที่คาน 450 กิโลกรัม ต่อความยาว 1 เมตร ซึ่งเท่ากับข้าวสาร 4 กระสอบครึ่ง เป็นตัวเลขของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากการต่อเติมเพิ่มกำแพงห้องครับ

ดังนั้นถ้ามีความจะเป็นต้องทำการต่อเติมบ้าน จึงควรหาผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์และความรู้จริง หรือควรมีวิศวกรโครงสร้างเป็นที่ปรึกษา เพราะอาจจะเกิดความเสียหายหรืออันตรายได้ครับ

นิตยสาร Home Buyers’ Guide
รูปภาพ : perfect-houses.com